เว็บไซต์อิสระ ไม่ใช่เว็บไซต์ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา · ช่วงทดลองใช้: พบข้อผิดพลาดหรืออยากให้เพิ่มอะไร บอกเราได้
FDA Thailand Guideทดลองใช้
ไทย
เข้าสู่ระบบ ปรึกษาทีม
ภาพสร้างโดย AI

ขออนุญาตโฆษณา

ปัญหาที่บริการนี้แก้

โฆษณาอาหารและผลิตภัณฑ์สมุนไพรต้องได้รับอนุญาตก่อนเผยแพร่ ข้อความเกินจริงทำให้ถูกปรับและถูกสั่งระงับ

งานที่ทำ

  • ตรวจข้อความและคำกล่าวอ้างก่อนยื่น
  • ยื่นขอเลข ฆอ. สำหรับอาหาร
  • ยื่นขออนุญาตโฆษณาผลิตภัณฑ์สมุนไพร
  • ขอความเห็นโฆษณาเครื่องสำอาง
อยากรู้ว่าสูตรหรือฉลากผ่านเกณฑ์ไหม ก่อนยื่นหรือสั่งพิมพ์

ส่งสูตร ฉลาก หรือข้อความโฆษณาให้ทีม RA ตรวจ ระบบตรวจเบื้องต้นให้ก่อน แล้วผู้เชี่ยวชาญติดต่อกลับพร้อมใบเสนอราคา

ขอรายงานจากผู้เชี่ยวชาญ ใช้เวลาราว 5 นาที · แนบสูตร ฉลาก หรือรูปสินค้าได้เลย

ขั้นตอนการทำงานกับทีม

  1. 1ส่งรายละเอียดงาน
  2. 2ทีมติดต่อกลับเพื่อเข้าใจงาน
  3. 3รับขอบเขตงานและใบเสนอราคา
  4. 4เริ่มงานเมื่อคุณตกลง

ระยะเวลาและค่าใช้จ่ายขึ้นกับประเภทสินค้าและเอกสารที่มีอยู่ — ส่งรายละเอียดมา ทีมจะแจ้งขอบเขตงาน สิ่งที่ต้องเตรียม และใบเสนอราคา

ก่อนยิงโฆษณาหรือโพสต์ขายของ เจ้าของแบรนด์ควรรู้ก่อนว่าสินค้าของตนต้องขออนุญาตโฆษณาหรือไม่ เพราะอาหาร ผลิตภัณฑ์สมุนไพร และเครื่องสำอาง ใช้กฎหมายคนละฉบับ และมีระบบต่างกัน บทความนี้อธิบายว่า ฆอ. คืออะไร เลข ฆอ. ต้องแสดงตรงไหน ข้อความแบบใดเข้าข่ายโฆษณาเกินจริง และควรเตรียมข้อความอย่างไรให้ยื่นครั้งเดียวผ่านการพิจารณาได้ง่ายขึ้น

ขออนุญาตโฆษณา: อาหาร สมุนไพร และเครื่องสำอาง ใช้ระบบต่างกัน

คำว่า ขออนุญาตโฆษณา ใช้กันกว้าง ๆ แต่ในทางกฎหมาย สินค้าสามกลุ่มนี้ไม่ได้อยู่ในระบบเดียวกัน อาหารและผลิตภัณฑ์สมุนไพร มีกฎหมายกำหนดให้ต้องได้รับอนุญาตก่อนโฆษณาในกรณีที่กำหนด ส่วนเครื่องสำอาง กฎหมายไม่ได้ให้ขออนุญาตก่อน แต่กำหนดข้อความที่ห้ามใช้ และเปิดช่องให้ขอความเห็นจากคณะกรรมการได้ หากไม่แน่ใจ

ประเภทสินค้าต้องขออนุญาตก่อนหรือไม่กฎหมายหลัก
อาหาร และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารต้องขอ เมื่อโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณของอาหาร (คำขอแบบ ฆอ.1)พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 มาตรา 40–42 และประกาศ อย. เรื่อง หลักเกณฑ์การโฆษณาอาหาร พ.ศ. 2569
ผลิตภัณฑ์สมุนไพรต้องขอใบอนุญาตก่อนโฆษณา (คำขอแบบ ฆสมพ. 1)พระราชบัญญัติผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ. 2562 มาตรา 70–75
เครื่องสำอางไม่มีบังคับขออนุญาตก่อน แต่ขอความเห็นโดยสมัครใจได้ (คำขอแบบ ฆส.1)พระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 มาตรา 41–46

สิ่งที่เหมือนกันทั้งสามกลุ่มคือ ห้ามใช้ข้อความเท็จหรือเกินความจริง และห้ามทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดในสาระสำคัญของสินค้า แม้สินค้าจะไม่ต้องขออนุญาตก่อน ถ้าโฆษณาผิด สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ก็มีอำนาจสั่งแก้ไขหรือระงับโฆษณาได้

กฎหมายแต่ละฉบับมีฉบับแก้ไขเพิ่มเติมออกมาเป็นระยะ ควรตรวจประกาศฉบับล่าสุดก่อนยื่นทุกครั้ง

ฆอ. คืออะไร และขออนุญาตโฆษณาอาหารเมื่อไรบ้าง

ถ่ายภาพสินค้าอาหารสำหรับสื่อโฆษณาภาพสร้างโดย AI

ฆอ. เป็นชื่อที่ใช้เรียกแบบคำขออนุญาตโฆษณาอาหาร ฐานทางกฎหมายมาจากพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 มาตรา 41 ซึ่งกำหนดว่า ผู้ที่จะโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณของอาหาร ทางวิทยุ โทรทัศน์ ภาพยนตร์ สิ่งพิมพ์ หรือด้วยวิธีอื่นใดเพื่อประโยชน์ทางการค้า ต้องนำเสียง ภาพ หรือข้อความนั้นให้ผู้อนุญาตตรวจพิจารณาก่อน เมื่อได้รับอนุญาตแล้วจึงโฆษณาได้ (พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 หมวด 5)

ประกาศ อย. เรื่อง หลักเกณฑ์การโฆษณาอาหาร พ.ศ. 2569 ซึ่งยกเลิกฉบับ พ.ศ. 2564 ระบุกรณีที่ต้องยื่นคำขออนุญาตไว้ชัดเจนขึ้น ได้แก่

  • โฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณที่ปรากฏบนฉลากที่ได้รับอนุมัติแล้ว ถ้าจะกล่าวอ้างเกินจากที่อนุมัติ ต้องผ่านการประเมินและได้รับอนุมัติฉลากก่อน
  • โฆษณาที่กล่าวอ้างทางโภชนาการ หรือใช้คุณค่าสารอาหารส่งเสริมการขาย ซึ่งต้องเป็นไปตามประกาศว่าด้วยฉลากโภชนาการด้วย
  • การกล่าวอ้างทางสุขภาพ (Health Claim) ซึ่งต้องเป็นไปตามประกาศว่าด้วยการกล่าวอ้างทางสุขภาพของอาหารบนฉลาก
  • โฆษณาอื่นที่ไม่เข้าข่ายกรณียกเว้น

ส่วนกรณีที่โฆษณาได้โดยไม่ต้องยื่นก่อน มีเพียงบางลักษณะ เช่น การให้ข้อมูลวิชาการที่ไม่มีวัตถุประสงค์ทางการค้าและไม่ชี้นำไปที่สินค้าใด การโฆษณาภาพลักษณ์องค์กร (Corporate Image) และการให้ข้อเท็จจริงตามข้อความที่ประกาศกำหนดไว้ในบัญชีแนบท้าย แต่ถ้าในชิ้นงานเดียวกันมีข้อความแสดงคุณประโยชน์หรือสรรพคุณร่วมอยู่ด้วย ก็ต้องยื่นขออนุญาตทั้งชิ้น (ประกาศ อย. เรื่อง หลักเกณฑ์การโฆษณาอาหาร พ.ศ. 2569)

อีกเรื่องที่มักสับสนคือฉลาก ประกาศฉบับนี้ระบุว่า การจัดทำฉลากตามกฎหมายฉลากไม่ถือเป็นการโฆษณา แต่ถ้านำภาพฉลากหรือข้อความบนฉลากไปเผยแพร่ผ่านสื่ออื่นในลักษณะโฆษณา ก็เข้าข่ายการโฆษณาตามกฎหมาย

ขั้นตอนขออนุญาตโฆษณาอาหาร และเลข ฆอ. ที่ต้องแสดงในสื่อ

ประกาศปี 2569 แบ่งสื่อโฆษณาเป็นสามแบบ คือ สื่อที่มีเฉพาะภาพไม่มีเสียง สื่อที่มีเฉพาะเสียง และสื่อที่มีทั้งภาพและเสียง คำขอหนึ่งฉบับใช้กับสื่อได้แบบเดียวเท่านั้น ขั้นตอนโดยสรุปมีดังนี้

  1. ตรวจว่าอาหารมีรายละเอียดถูกต้องตามกฎหมายก่อน ทั้งคุณภาพมาตรฐาน สูตรส่วนประกอบ การใช้วัตถุเจือปนอาหาร และฉลาก เพราะประกาศกำหนดให้อาหารที่จะโฆษณาต้องถูกต้องตามกฎหมายเสียก่อน
  2. กรอกคำขออนุญาตโฆษณาอาหาร (แบบ ฆอ.1) ระบุเลขสารบบอาหารและชื่ออาหารภาษาไทยให้ตรงกับที่ได้รับอนุญาตไว้
  3. จัดทำเอกสารแนบท้ายคำขอ (แบบ ฆอ.3) ให้ตรงกับลักษณะสื่อ เช่น ภาพจริงหรือภาพร่างที่คมชัดสำหรับสื่อสิ่งพิมพ์ บทบรรยายเสียงสำหรับสื่อเสียง หรือสตอรีบอร์ดที่มีรายละเอียดฉากสำหรับวิดีโอ
  4. แนบเอกสารประกอบที่สนับสนุนข้อความกล่าวอ้างทุกข้อ ให้ถูกต้อง ครบถ้วน และสอดคล้องกับเนื้อหาโฆษณา
  5. เมื่อได้รับอนุญาต ต้องทำสื่อให้ตรงกับที่อนุญาต และปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ผู้อนุญาตกำหนด

เลข ฆอ. ที่คนค้นหากันบ่อย หมายถึงเลขที่ใบอนุญาตโฆษณาอาหาร ประกาศกำหนดให้แสดงเลขนี้ในสื่อที่ได้รับอนุญาต และใบอนุญาตมีอายุได้ไม่เกิน 5 ปีนับจากวันที่อนุญาต นอกจากนี้ ถ้าโฆษณาที่เผยแพร่จริงแตกต่าง หรือขาดข้อความบางส่วนไปจากที่อนุญาต ประกาศถือว่าข้อความโฆษณาทั้งหมดไม่ได้รับอนุญาต (ประกาศ อย. เรื่อง หลักเกณฑ์การโฆษณาอาหาร พ.ศ. 2569)

ถ้ามีคำเตือนบนฉลาก โฆษณาต้องแสดงคำเตือนให้สอดคล้องกันด้วย สำหรับสื่อสิ่งพิมพ์ ตัวอักษรคำเตือนต้องสูงไม่น้อยกว่า 1 ใน 25 ของความสูงพื้นที่โฆษณา สำหรับวิดีโอ อาจใช้เสียงที่ฟังชัดทุกพยางค์ หรือแสดงเป็นอักษรลอยไม่น้อยกว่า 5 วินาที

เปลี่ยนภาพ ตัดคำ หรือเติมข้อความหลังได้รับอนุญาตแล้ว แม้เพียงเล็กน้อย อาจทำให้ชิ้นงานนั้นถือว่าไม่ได้รับอนุญาตทั้งหมด หากต้องปรับ ควรยื่นใหม่

โฆษณาเกินจริง: ข้อความที่ห้ามใช้ในโฆษณาอาหาร

พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 มาตรา 40 ห้ามโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณของอาหารอันเป็นเท็จ หรือหลอกลวงให้หลงเชื่อโดยไม่สมควร ประกาศปี 2569 ขยายความว่าข้อความต่อไปนี้อาจเข้าข่ายดังกล่าว

  • ข้อความที่เป็นเท็จหรือเกินความจริง
  • ข้อความที่สื่อว่าบำบัด บรรเทา รักษา หรือป้องกันโรคหรืออาการของโรค
  • ข้อความที่สื่อว่ามีผลต่อการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างหรือการทำงานของร่างกายหรืออวัยวะ
  • ข้อความที่สื่อว่าบำรุงกาม บำรุงเพศ
  • ข้อความที่สื่อว่าบำรุงผิวพรรณ หรือเพื่อความสวยงาม
  • ข้อความที่สื่อว่าลดน้ำหนัก ลดความอ้วน กระชับสัดส่วน หรือดักจับไขมัน (ยกเว้นอาหารสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักที่ได้รับอนุญาตตามประกาศเฉพาะ)
  • การใช้หรืออ้างอิงรายงานวิชาการหรือสถิติที่ยังไม่ผ่านการประเมินการกล่าวอ้างทางสุขภาพจาก อย.

นอกจากนี้ ยังมีข้อความที่ถือว่าไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค เช่น ข้อความที่ทำให้เข้าใจว่ามีส่วนประกอบใดอยู่ในอาหารแต่ความจริงไม่มีหรือมีไม่เท่าที่โฆษณา การแนะนำหรือรับรองคุณประโยชน์โดยบุคลากรทางการแพทย์หรือผู้ที่ทำให้เข้าใจว่าเป็นบุคลากรทางการแพทย์ และการเปรียบเทียบหรือทับถมผลิตภัณฑ์ของผู้อื่น (ประกาศ อย. เรื่อง หลักเกณฑ์การโฆษณาอาหาร พ.ศ. 2569)

ในทางปฏิบัติ คำต้องห้ามโฆษณาจึงไม่ได้มีแค่คำว่า รักษา หรือ หายขาด คำที่ดูธรรมดาอย่าง ผิวใส หุ่นดี ลดพุง ช่วยให้นอนหลับ หรือการใช้ภาพก่อนและหลังใช้ ก็อาจสื่อความหมายเข้าข่ายข้อห้ามได้ ทางที่ปลอดภัยคือยึดข้อความตามที่ได้รับอนุมัติไว้บนฉลาก แล้วเล่าเรื่องรสชาติ วัตถุดิบ วิธีบริโภค หรือที่มาของแบรนด์แทน

ประกาศกำหนดหลักเกณฑ์เฉพาะเพิ่มเติมสำหรับอาหารบางประเภท เช่น อาหารสำหรับทารกห้ามโฆษณา และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกำหนดให้ผู้แสดงแบบมีอายุ 15 ปีขึ้นไปและไม่ใช่สตรีมีครรภ์ ควรตรวจหมวดเฉพาะของสินค้าตนเองด้วย

โฆษณาเครื่องสำอาง: ไม่ต้องขออนุญาตก่อน แต่มีข้อห้ามชัดเจน

พระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 ไม่ได้กำหนดให้ขออนุญาตก่อนโฆษณาแบบอาหาร แต่มาตรา 41 กำหนดว่าโฆษณาเครื่องสำอางต้องไม่ใช้ข้อความที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค หรือที่อาจก่อให้เกิดผลเสียต่อสังคม ข้อความที่กฎหมายถือว่าเข้าข่าย ได้แก่

  • ข้อความที่เป็นเท็จหรือเกินความจริง
  • ข้อความที่ทำให้เข้าใจผิดในสาระสำคัญ รวมถึงการอ้างรายงานวิชาการหรือสถิติที่ไม่เป็นความจริงหรือเกินจริง
  • ข้อความที่แสดงสรรพคุณรักษาโรค หรือสรรพคุณที่ไม่ใช่จุดมุ่งหมายของเครื่องสำอาง
  • ข้อความที่ทำให้เข้าใจว่าบำรุงกาม
  • ข้อความอื่นตามที่กฎกระทรวงกำหนด

ข้อความอื่นตามข้อสุดท้ายนี้ ได้ออกเป็นกฎกระทรวงกำหนดข้อความโฆษณาเครื่องสำอางที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภคหรือที่อาจก่อให้เกิดผลเสียต่อสังคมเป็นส่วนรวม พ.ศ. 2567 ผู้ที่เขียนคำโฆษณาเครื่องสำอางควรอ่านฉบับนี้ประกอบด้วย

ถ้า อย. สงสัยว่าข้อความใดเป็นเท็จหรือเกินจริง มีอำนาจสั่งให้ผู้จดแจ้งหรือผู้ทำการโฆษณาพิสูจน์ได้ และถ้าอ้างผลวิจัยหรือการรับรองแต่พิสูจน์ไม่ได้ อาจถูกสั่งให้แก้ไขข้อความ ห้ามใช้ข้อความ ระงับโฆษณา หรือให้โฆษณาแก้ไขความเข้าใจผิด (พระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 มาตรา 44–45)

สำหรับผู้ที่ไม่แน่ใจ มาตรา 46 เปิดให้ผู้จดแจ้งหรือผู้ทำการโฆษณาขอให้คณะกรรมการเครื่องสำอางให้ความเห็นก่อนโฆษณาได้ โดยยื่นคำขอตามแบบ ฆส.1 พร้อมข้อความโฆษณา สูตรส่วนประกอบที่แสดงปริมาณและหน้าที่ของสารทุกตัว ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ และเอกสารที่สนับสนุนข้อความ (ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การขอความเห็นเกี่ยวกับการโฆษณาเครื่องสำอาง พ.ศ. 2561) กฎหมายระบุว่า การกระทำตามความเห็นของคณะกรรมการ ไม่ถือเป็นความผิดทางอาญา แต่คณะกรรมการยังพิจารณาใหม่ได้เมื่อมีเหตุอันสมควร

ขออนุญาตโฆษณาผลิตภัณฑ์สมุนไพร ต้องมีใบอนุญาตก่อนเผยแพร่

พระราชบัญญัติผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ. 2562 มาตรา 70 ห้ามโฆษณาผลิตภัณฑ์สมุนไพรหรือคุณประโยชน์ของผลิตภัณฑ์สมุนไพร เว้นแต่ได้รับใบอนุญาตก่อน และมาตรา 71 กำหนดให้ใบอนุญาตโฆษณามีอายุ 3 ปีนับแต่วันที่ออก

ผู้ที่ยื่นขอได้ คือผู้รับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับ ใบรับแจ้งรายละเอียด หรือใบรับจดแจ้งผลิตภัณฑ์สมุนไพร รวมถึงผู้ที่ได้รับความยินยอมจากบุคคลดังกล่าว โดยยื่นคำขอตามแบบ ฆสมพ. 1 พร้อมข้อความโฆษณาที่จัดทำตามประเภทสื่อ และเอกสารวิชาการถ้ามี (ประกาศ อย. เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขออนุญาตและการออกใบอนุญาตโฆษณาผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ. 2564)

เนื้อหาที่โฆษณาได้ ได้แก่ ข้อความตามที่ได้รับอนุญาตในการขึ้นทะเบียน แจ้งรายละเอียด หรือจดแจ้ง ข้อมูลราคา เครื่องหมายหรือการรับรองที่มีหลักฐานจริง และข้อมูลงานวิจัยที่สอดคล้องกับสรรพคุณที่ได้รับอนุญาต ส่วนโฆษณาที่ได้รับอนุญาตต้องแสดงสิ่งต่อไปนี้ให้อ่านหรือฟังได้ชัด

  • ชื่อผลิตภัณฑ์ที่ถูกต้องตามใบสำคัญหรือใบรับ อย่างน้อย 1 ครั้ง
  • เลขที่ใบอนุญาตโฆษณาในสื่อทุกชนิดที่ได้รับอนุญาต
  • ข้อความแจ้งช่องทางร้องเรียนความเสียหายผ่านสายด่วน อย. 1556
  • ข้อความให้อ่านคำเตือนในฉลากและเอกสารกำกับก่อนใช้ ถ้าผลิตภัณฑ์มีคำเตือน

ข้อห้ามสำคัญมีหลายข้อ เช่น โอ้อวดว่ารักษาโรคได้อย่างศักดิ์สิทธิ์หรือหายขาด แสดงสรรพคุณเท็จหรือเกินจริง ให้บุคคลหรือสถาบันรับรองหรือยกย่องสรรพคุณ และโฆษณาว่าป้องกันหรือรักษาโรคร้ายแรงบางกลุ่มที่ประกาศกำหนด (พระราชบัญญัติผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ. 2562 มาตรา 74 และประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการโฆษณาผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ. 2564)

เมื่อโฆษณาผ่านโซเชียลมีเดีย ผู้ได้รับอนุญาตมีหน้าที่ควบคุมและเฝ้าระวังความคิดเห็นของผู้อื่นที่ขัดกฎหมาย ไม่ให้เผยแพร่ต่อ การปล่อยให้คอมเมนต์อวดสรรพคุณค้างไว้จึงเป็นความเสี่ยงของแบรนด์เอง

คำต้องห้าม อย. ในรีวิว อินฟลูเอนเซอร์ และโพสต์ออนไลน์

ผู้รีวิวอ่านสคริปต์ก่อนอัดคลิปรีวิวสินค้าภาพสร้างโดย AI

กฎหมายทั้งสามฉบับนิยามการโฆษณาไว้กว้าง ครอบคลุมการทำให้ประชาชนเห็น ได้ยิน หรือทราบข้อความเพื่อประโยชน์ทางการค้า ไม่ว่าด้วยวิธีใด โพสต์บนเพจ คลิปสั้น ไลฟ์ขายของ และข้อความที่ให้อินฟลูเอนเซอร์พูด จึงอยู่ในข่ายเดียวกับโฆษณาในสื่อดั้งเดิม

ในทางปฏิบัติ มักพบปัญหาเมื่อผู้รีวิวพูดเกินจากข้อความที่ได้รับอนุญาต เช่น เล่าว่าใช้แล้วโรคประจำตัวดีขึ้น หรือผิวเปลี่ยนในเวลาสั้น ๆ แม้แบรนด์ไม่ได้เขียนบทให้ แต่ถ้าเป็นการจ้างหรือนำไปใช้เพื่อการค้า ก็อาจเข้าข่ายโฆษณาที่ฝ่าฝืนกฎหมายได้ จุดที่ควรระวังเป็นพิเศษมีดังนี้

  • อาหาร: ห้ามให้บุคลากรทางการแพทย์ หรือผู้ที่แสดงตนว่าเป็นบุคลากรทางการแพทย์ แนะนำหรือรับรองคุณประโยชน์ของอาหาร
  • ผลิตภัณฑ์สมุนไพร: ห้ามให้บุคคล คณะบุคคล หรือสถาบันใดรับรองหรือยกย่องสรรพคุณ เว้นแต่โฆษณาโดยตรงต่อผู้ประกอบวิชาชีพตามที่กฎหมายกำหนด และต้องได้รับใบอนุญาตด้วย
  • เครื่องสำอาง: ห้ามอ้างผลวิจัยหรือสถิติที่พิสูจน์ไม่ได้ และห้ามสื่อว่ารักษาโรค
  • ทุกประเภท: ภาพก่อนและหลังใช้ ตัวเลขผลลัพธ์ และคำว่าดีที่สุดหรือเห็นผลแน่นอน ต้องมีหลักฐานรองรับ และต้องไม่ทำให้เข้าใจผิด

ทางที่ช่วยลดความเสี่ยงคือ ทำเอกสารสรุปข้อความที่พูดได้และพูดไม่ได้ให้ผู้รีวิวก่อนเริ่มงาน และตรวจคลิปหรือโพสต์ก่อนเผยแพร่ทุกชิ้น

เช็กลิสต์ก่อนยื่น: ตรวจคำต้องห้ามโฆษณาให้ครบในรอบเดียว

งานที่ถูกตีกลับส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากเอกสารขาด แต่เกิดจากข้อความในชิ้นงานไม่ตรงกับหลักฐาน หรือไม่ตรงกับสิ่งที่ได้รับอนุมัติไว้ ก่อนยื่น ควรตรวจตามลำดับนี้

  1. ยืนยันประเภทสินค้าให้ชัด ว่าเป็นอาหาร ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ผลิตภัณฑ์สมุนไพร หรือเครื่องสำอาง เพราะกำหนดว่าต้องใช้กฎหมายฉบับใด
  2. ตรวจเลขสารบบอาหาร เลขจดแจ้ง หรือเลขทะเบียน ว่ายังมีผลและชื่อสินค้าตรงกัน
  3. ไล่ข้อความทีละประโยค เทียบกับข้อความบนฉลากที่ได้รับอนุมัติ และข้อห้ามของกฎหมายฉบับนั้น
  4. ตรวจภาพ เสียง ตัวอักษรลอย และดนตรีประกอบ เพราะภาพก็สื่อความหมายได้เช่นเดียวกับคำพูด
  5. เตรียมเอกสารสนับสนุนทุกข้อกล่าวอ้าง เช่น ผลวิเคราะห์ ผลทดสอบ หรือเอกสารวิชาการ
  6. วางแผนสื่อว่าจะใช้กี่รูปแบบ เพราะคำขอโฆษณาอาหารหนึ่งฉบับใช้กับสื่อได้แบบเดียว

บนเว็บนี้มีเครื่องมือฟรีที่ช่วยตรวจเบื้องต้นได้ เช่น ผู้ช่วยด้านงานทะเบียนและกำกับดูแล (Regulatory Affairs, RA) ที่ชื่อ RA Advisor ซึ่งถามเป็นประโยคหรือแนบรูปฉลากได้ และเป็นระบบปัญญาประดิษฐ์ที่ให้แนวทางเบื้องต้น เกมคำต้องห้ามสำหรับฝึกแยกคำที่ใช้ได้และใช้ไม่ได้ และเครื่องมือค้นประกาศ อย. สำหรับอ่านต้นฉบับประกาศ ผลจากเครื่องมือเหล่านี้ไม่ใช่คำวินิจฉัยของ อย.

การผ่านการพิจารณาเป็นอำนาจของ อย. ผู้ให้บริการไม่สามารถตัดสินผลแทน อย. ได้ สิ่งที่ทำได้คือเตรียมข้อความและหลักฐานให้ตรงหลักเกณฑ์มากที่สุดตั้งแต่ต้น

ปรึกษาทีมเรื่องขออนุญาตโฆษณาและการตรวจข้อความ

บริษัท ทีไอบีดี จำกัด ช่วยตรวจข้อความและคำกล่าวอ้างก่อนยื่น เตรียมเอกสารและยื่นขออนุญาตโฆษณาอาหาร ยื่นขออนุญาตโฆษณาผลิตภัณฑ์สมุนไพร และยื่นขอความเห็นโฆษณาเครื่องสำอาง โดยดูทั้งข้อความ ภาพ และแผนสื่อไปพร้อมกัน

ขั้นตอนเริ่มจากส่งรายละเอียดสินค้าและตัวอย่างชิ้นงานที่ต้องการใช้ ทีมจะติดต่อกลับเพื่อทำความเข้าใจงาน จากนั้นเสนอขอบเขตงานและใบเสนอราคา และเริ่มงานเมื่อท่านตกลง ระยะเวลาขึ้นกับประเภทสินค้า จำนวนสื่อ และความครบถ้วนของเอกสาร ทีมจะแจ้งไว้ในใบเสนอราคา

ติดต่อได้ทางฟอร์มในหน้าปรึกษาทีมบนเว็บนี้ ทาง LINE @tibdglobal หรืออีเมล info@tibdglobal.com

คำถามที่พบบ่อย

เลข ฆอ. คืออะไร ต้องแสดงตรงไหน

เลข ฆอ. คือเลขที่ใบอนุญาตโฆษณาอาหาร ประกาศ อย. เรื่อง หลักเกณฑ์การโฆษณาอาหาร พ.ศ. 2569 กำหนดให้แสดงเลขนี้ในสื่อที่ได้รับอนุญาต และใบอนุญาตมีอายุได้ไม่เกิน 5 ปีนับจากวันที่อนุญาต

โฆษณาเครื่องสำอางต้องขออนุญาตก่อนหรือไม่

พระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 ไม่ได้บังคับให้ขออนุญาตก่อนแบบอาหาร แต่ห้ามใช้ข้อความเท็จ เกินจริง หรือแสดงสรรพคุณรักษาโรค ถ้าไม่แน่ใจ ขอความเห็นจากคณะกรรมการเครื่องสำอางก่อนโฆษณาได้ตามแบบ ฆส.1

โพสต์ขายของบนเพจหรือให้อินฟลูเอนเซอร์รีวิว ถือเป็นโฆษณาไหม

กฎหมายนิยามการโฆษณาไว้กว้าง ครอบคลุมการทำให้ประชาชนเห็นหรือทราบข้อความเพื่อประโยชน์ทางการค้าไม่ว่าด้วยวิธีใด โพสต์และรีวิวที่ทำเพื่อการขายจึงต้องระวังข้อความเช่นเดียวกับโฆษณาทั่วไป

ฉลากที่ได้รับอนุมัติแล้ว นำมาโพสต์ได้เลยหรือไม่

ประกาศปี 2569 ระบุว่าการทำฉลากตามกฎหมายไม่ถือเป็นการโฆษณา แต่ถ้านำภาพหรือข้อความบนฉลากไปเผยแพร่ผ่านสื่ออื่นในลักษณะโฆษณา ก็เข้าข่ายการโฆษณา และถ้ามีข้อความแสดงคุณประโยชน์ต้องยื่นขออนุญาต

ใบอนุญาตโฆษณาผลิตภัณฑ์สมุนไพรมีอายุกี่ปี

พระราชบัญญัติผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ. 2562 มาตรา 71 กำหนดให้ใบอนุญาตโฆษณามีอายุ 3 ปีนับแต่วันที่ออกใบอนุญาต และโฆษณาต้องแสดงเลขที่ใบอนุญาตในสื่อทุกชนิดที่ได้รับอนุญาต

แหล่งอ้างอิง

  1. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา. (2569). เรื่อง หลักเกณฑ์การโฆษณาอาหาร พ.ศ. 2569 [ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา]. เปิดเอกสาร ↗
  2. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา. (2522). หมวด 5 การขึ้นทะเบียนและการโฆษณาเกี่ยวกับอาหาร [พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522]. เปิดเอกสาร ↗
  3. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา. (2558). (1) พระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2558. เปิดเอกสาร ↗
  4. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา. (2561). 7.1 ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การขอความเห็นเกี่ยวกับการโฆษณาเครื่องสําอาง ลงวันที่ 29 เมษายน 2561. เปิดเอกสาร ↗
  5. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา. (2567). 7.3 กฎกระทรวงกำหนดข้อความโฆษณาเครื่องสำอางที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภคหรือที่อาจก่อให้เกิดผลเสียต่อสังคมเป็นส่วนรวม พ.ศ. 2567 ลงวันที่ 20 พฤศจิกายน 2567. เปิดเอกสาร ↗
  6. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา. (2562). พระราชบัญญัติผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ.2562. เปิดเอกสาร ↗
  7. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา. (2564). ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการโฆษณาผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ. 2564. เปิดเอกสาร ↗
  8. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา. (2564). ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขออนุญาตและการออกใบอนุญาตโฆษณาผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ. 2564. เปิดเอกสาร ↗

ลองเครื่องมือฟรีก่อน

ปรึกษาทีม

เล่าให้เราฟังว่าคุณกำลังทำอะไร

ทีมที่ปรึกษาจะช่วยดูว่าผลิตภัณฑ์ของคุณอยู่ใต้กฎหมายฉบับไหน ต้องเตรียมอะไร และควรเริ่มจากตรงไหน

  • ประเภทผลิตภัณฑ์และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
  • รายการเอกสารที่ต้องเตรียม
  • ขั้นตอนถัดไป และทีมที่ดูแลงานนั้น
ส่งรายละเอียดให้ทีม ทัก LINE @tibdglobal ข้อมูลที่คุณส่งใช้เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น · นโยบายความเป็นส่วนตัว