เว็บไซต์อิสระ ไม่ใช่เว็บไซต์ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา · ช่วงทดลองใช้: พบข้อผิดพลาดหรืออยากให้เพิ่มอะไร บอกเราได้
FDA Thailand Guideทดลองใช้
ไทย
เข้าสู่ระบบ ปรึกษาทีม
ภาพสร้างโดย AI

พัฒนาสูตรและผลิต OEM

ปัญหาที่บริการนี้แก้

สูตรที่ขายได้ต้องทั้งได้ผล ปลอดภัย และยื่น อย. ผ่าน ตั้งแต่เลือกวัตถุดิบ

งานที่ทำ

  • พัฒนาสูตรและผลิตเครื่องสำอาง OEM (Zubb)
  • พัฒนาสูตรอาหารและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (TIBD)
  • สกัดและพัฒนาสารออกฤทธิ์ (TIBD)
  • ตรวจวัตถุดิบกับประกาศก่อนขึ้นสูตร
อยากรู้ว่าสูตรหรือฉลากผ่านเกณฑ์ไหม ก่อนยื่นหรือสั่งพิมพ์

ส่งสูตร ฉลาก หรือข้อความโฆษณาให้ทีม RA ตรวจ ระบบตรวจเบื้องต้นให้ก่อน แล้วผู้เชี่ยวชาญติดต่อกลับพร้อมใบเสนอราคา

ขอรายงานจากผู้เชี่ยวชาญ ใช้เวลาราว 5 นาที · แนบสูตร ฉลาก หรือรูปสินค้าได้เลย

ขั้นตอนการทำงานกับทีม

  1. 1ส่งรายละเอียดงาน
  2. 2ทีมติดต่อกลับเพื่อเข้าใจงาน
  3. 3รับขอบเขตงานและใบเสนอราคา
  4. 4เริ่มงานเมื่อคุณตกลง

ระยะเวลาและค่าใช้จ่ายขึ้นกับประเภทสินค้าและเอกสารที่มีอยู่ — ส่งรายละเอียดมา ทีมจะแจ้งขอบเขตงาน สิ่งที่ต้องเตรียม และใบเสนอราคา

ก่อนเลือกโรงงานผลิตเครื่องสำอางหรือจ้างรับผลิตเครื่องสำอางแบบผู้รับจ้างผลิตภายใต้แบรนด์ของผู้ว่าจ้าง (Original Equipment Manufacturer, OEM) เจ้าของแบรนด์ควรรู้ว่ากฎหมายแบ่งหน้าที่ระหว่างแบรนด์กับโรงงานอย่างไร วัตถุดิบตัวไหนห้ามใช้หรือมีเพดาน และฉลากต้องมีอะไร เพราะเรื่องเหล่านี้กำหนดตั้งแต่วันที่เริ่มทำสูตร บทความนี้สรุปจากพระราชบัญญัติเครื่องสำอางและประกาศที่เกี่ยวข้อง พร้อมอธิบายว่าบริษัทในกลุ่มดูแลงานส่วนไหน

รับผลิตเครื่องสำอาง OEM กับโรงงานผลิตเครื่องสำอาง: ใครทำส่วนไหน

OEM เครื่องสำอาง คือการที่เจ้าของแบรนด์จ้างโรงงานผลิตสินค้าภายใต้ชื่อการค้าของตัวเอง เจ้าของแบรนด์ดูแลตลาด ภาพลักษณ์ และการขาย ส่วนโรงงานดูแลการผลิตให้ได้คุณภาพตามสูตรที่ตกลงกัน หลายโรงงานช่วยพัฒนาสูตรให้ด้วย แบรนด์จึงไม่จำเป็นต้องมีห้องแล็บหรือสายการผลิตเอง

งานพัฒนาสูตรและผลิตในหน้านี้แบ่งความรับผิดชอบตามประเภทสินค้า ดังนี้

งานผู้ให้บริการ
พัฒนาสูตรและผลิตเครื่องสำอางแบบ OEMบริษัท ทรัพย์ ไบโอเทค จำกัด
พัฒนาสูตรอาหารและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบริษัท ทีไอบีดี จำกัด
สกัดและพัฒนาสารออกฤทธิ์บริษัท ทีไอบีดี จำกัด
ตรวจวัตถุดิบกับประกาศก่อนขึ้นสูตรทีมที่ปรึกษาในกลุ่ม ทำควบคู่กับงานพัฒนาสูตร

เงื่อนไขการผลิต เช่น จำนวนขั้นต่ำ ราคา และระยะเวลา ขึ้นกับประเภทสินค้า บรรจุภัณฑ์ และความซับซ้อนของสูตร ทีมจะแจ้งในใบเสนอราคาหลังเข้าใจโจทย์แล้ว

เลือกโรงงานหรือบริษัทผลิตเครื่องสำอาง ดูอะไรนอกจากราคา

คนที่ค้นหาโรงงานผลิตเครื่องสำอางมักเทียบราคาและจำนวนขั้นต่ำก่อน แต่ในมุมกฎหมาย มีอีกหลายเรื่องที่ควรถามบริษัทผลิตเครื่องสำอางทุกแห่งที่กำลังพิจารณา

  • สถานที่ผลิตทำตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการผลิตเครื่องสำอางที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศกำหนดหรือไม่ ข้อกำหนดนี้ใช้กับทั้งผู้ผลิตเพื่อขายและผู้รับจ้างผลิต
  • โรงงานมีหนังสือรับรองสถานที่ผลิตเครื่องสำอางจาก อย. หรือไม่ ถ้ามี ยังอยู่ในอายุหรือเปล่า
  • ใครเป็นผู้ยื่นจดแจ้ง และเอกสารการจดแจ้งจะเก็บไว้ที่ใคร
  • โรงงานจัดทำและเก็บข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องสำอางตามที่กฎหมายกำหนดหรือไม่
  • สัญญาระบุชัดไหมว่าสูตร ชื่อการค้า และงานออกแบบฉลากเป็นของใคร
  • มีวิธีจัดการข้อร้องเรียนและการเรียกคืนสินค้าอย่างไร

ใบรับรองของโรงงานควรขอดูฉบับจริงหรือสำเนาที่ระบุชื่อและที่ตั้งตรงกับสถานที่ผลิตจริง ไม่ใช่ดูจากข้อความโฆษณาอย่างเดียว

จ้าง OEM เครื่องสำอาง ใครเป็นผู้จดแจ้ง

พระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 มาตรา 14 กำหนดว่าผู้ที่จะผลิตเพื่อขาย นำเข้าเพื่อขาย หรือรับจ้างผลิตเครื่องสำอาง ต้องจดแจ้งรายละเอียดของเครื่องสำอางต่อผู้รับจดแจ้ง และเมื่อได้รับใบรับจดแจ้งแล้วจึงผลิตหรือนำเข้าได้ (พระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2558) กฎหมายจึงนับโรงงานรับจ้างผลิตเป็นผู้มีหน้าที่จดแจ้งด้วย

แบบใบรับจดแจ้งท้ายประกาศเรื่องการจดแจ้งมีช่องทั้ง “ชื่อผู้รับจ้างผลิต” และ “ชื่อผู้ว่าจ้างผลิต” ทำให้ทั้งโรงงานและเจ้าของแบรนด์มีชื่ออยู่ในเอกสารเดียวกัน (ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การจดแจ้งเครื่องสำอาง ลงวันที่ 22 สิงหาคม 2561) ในทางปฏิบัติ ควรตกลงในสัญญาให้ชัดว่าใครเป็นผู้ยื่น ใครถือบัญชีผู้ใช้ในระบบ และถ้าเปลี่ยนโรงงานในอนาคตจะดำเนินการอย่างไร

อีกหน้าที่ที่มักถูกมองข้ามคือการจัดเก็บข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องสำอางไว้ให้เจ้าหน้าที่ตรวจ ประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้องกำหนดให้ผู้ผลิตเพื่อขาย ผู้นำเข้าเพื่อขาย และผู้รับจ้างผลิต ต้องจัดทำข้อมูลนี้และเก็บไว้ที่สถานที่ผลิตหรือสถานที่นำเข้า (ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การจัดเก็บข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องสำอาง พ.ศ. 2560) ข้อมูลส่วนแรกประกอบด้วย

  • สำเนาใบรับจดแจ้ง และหลักฐานการเป็นเจ้าของเครื่องสำอาง เช่น สัญญาว่าจ้าง
  • สูตรส่วนประกอบ ระบุชื่อวัตถุดิบตามระบบชื่อสากลของส่วนผสมเครื่องสำอาง (International Nomenclature of Cosmetic Ingredients, INCI) หน้าที่ของวัตถุดิบ และปริมาณทุกรายการเป็นร้อยละโดยน้ำหนัก
  • ฉลากและใบแทรก (ถ้ามี)
  • ขั้นตอนกรรมวิธีการผลิต และระบบกำหนดครั้งที่ผลิต
  • รายงานสรุปอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้เครื่องสำอาง

เมื่อเจ้าหน้าที่ร้องขอเอกสารเพิ่มเติม ต้องส่งมอบภายใน 30 วัน กรณีเร่งด่วนหรืออาจเป็นอันตรายถึงชีวิต ต้องส่งภายใน 48 ชั่วโมง และเมื่อเลิกวางจำหน่ายแล้ว ต้องเก็บข้อมูลไว้อย่างน้อย 3 ปี

ตรวจวัตถุดิบก่อนขึ้นสูตร: สารห้ามใช้ สารที่มีเงื่อนไข และเพดานความเข้มข้น

ตรวจวัตถุดิบเทียบรายการส่วนผสมก่อนขึ้นสูตรภาพสร้างโดย AI

สูตรที่ดูดีในห้องแล็บ อาจจดแจ้งไม่ได้ ถ้ามีวัตถุดิบที่อยู่ในบัญชีห้ามใช้ หรือใช้เกินเพดานที่ประกาศกำหนด การตรวจวัตถุดิบกับประกาศจึงควรทำก่อนลงทุนทำตัวอย่างและสั่งบรรจุภัณฑ์ บัญชีสารของเครื่องสำอางในไทยแบ่งเป็นหลายกลุ่ม เช่น วัตถุที่ห้ามใช้ วัตถุที่อาจใช้โดยมีเงื่อนไข วัตถุกันเสีย สี และสารป้องกันแสงแดด

ตัวอย่างจากบัญชีที่ค้นได้ในเครื่องมือค้นสารบนเว็บนี้

สารสถานะในบัญชีเงื่อนไขที่ควรรู้
ปรอทและสารประกอบของปรอท (Mercury and its compounds)ห้ามใช้ยอมให้ปนเปื้อนในผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปได้ไม่เกิน 1 ส่วนในล้านส่วนโดยน้ำหนัก
เตรทิโนอิน (Tretinoin)ห้ามใช้รวมถึงกรดเรทิโนอิกและเกลือของกรดนี้
ไฮโดรควิโนน (Hydroquinone)ห้ามใช้ ยกเว้นกรณีที่บัญชีวัตถุที่อาจใช้ระบุไว้บัญชีวัตถุที่อาจใช้ระบุไว้เฉพาะผลิตภัณฑ์ชุดทำเล็บเทียม ไม่เกิน 0.02% หลังผสม และใช้โดยช่างทำเล็บอาชีพ
2-ฟีนอกซีเอทานอล (2-Phenoxyethanol)วัตถุกันเสียที่อาจใช้ไม่เกิน 1%
กรดซาลิซิลิกและเกลือ (Salicylic acid and its salts) เมื่อใช้เป็นวัตถุกันเสียวัตถุกันเสียที่อาจใช้ไม่เกิน 0.5% คำนวณในรูปกรด ห้ามใช้ในผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี ยกเว้นแชมพู และต้องแสดงคำเตือนที่ฉลาก

ตัวอย่างข้างต้นมาจากบัญชีฉบับหลักสามฉบับ (ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ชื่อวัตถุที่ห้ามใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอาง พ.ศ. 2566 ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดชื่อ ปริมาณ และเงื่อนไขของวัตถุที่อาจใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอาง พ.ศ. 2561 และประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดวัตถุกันเสียที่อาจใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอาง พ.ศ. 2561) แต่ละบัญชีมีฉบับแก้ไขออกตามมาอีกหลายฉบับ

บัญชีสารมีการแก้ไขบ่อย ก่อนยืนยันสูตร ควรตรวจกับฉบับล่าสุดทุกครั้ง เครื่องมือค้นสาร อย. บนเว็บนี้แสดงฉบับที่มาและลิงก์เอกสารต้นฉบับของแต่ละแถวให้ตรวจเองได้

นอกจากชื่อสาร ควรเช็กเรื่องเหล่านี้ด้วย ได้แก่ รูปแบบผลิตภัณฑ์ที่ประกาศจำกัดไว้ เช่น ล้างออกหรือทิ้งไว้บนผิว กลุ่มผู้ใช้ เช่น เด็ก และคำเตือนที่ต้องพิมพ์บนฉลากเมื่อใช้สารบางตัว

รับผลิตสกินแคร์: จากบรีฟจนถึงสูตรที่พร้อมจดแจ้ง

เจ้าของแบรนด์ทดลองเนื้อครีมกับนักพัฒนาสูตรภาพสร้างโดย AI

งานรับผลิตสกินแคร์ที่ราบรื่นมักเริ่มจากบรีฟที่ชัด แล้วไล่ตรวจเรื่องกฎหมายไปพร้อมกับงานพัฒนาสูตร ลำดับงานโดยทั่วไปเป็นดังนี้

  1. เจ้าของแบรนด์เล่าโจทย์ เช่น ประเภทสินค้า กลุ่มลูกค้า สภาพผิว จุดขายที่อยากสื่อ บรรจุภัณฑ์ และช่องทางขาย
  2. ทีมตรวจว่าสินค้าอยู่ใต้กฎหมายเครื่องสำอางจริง ไม่ข้ามไปเป็นยาหรือผลิตภัณฑ์ประเภทอื่น จากวัตถุประสงค์และคำกล่าวอ้างที่ต้องการ
  3. คัดเลือกวัตถุดิบ แล้วตรวจกับบัญชีสารห้ามใช้ สารที่มีเงื่อนไข และวัตถุกันเสีย
  4. ทำตัวอย่าง ปรับเนื้อสัมผัส กลิ่น และสี จนเจ้าของแบรนด์พอใจ
  5. ทดสอบตามความเหมาะสม เช่น ความคงตัว ซึ่งทำได้ผ่านบริการทดสอบของบริษัท วิสไบโอ จำกัด
  6. เตรียมข้อมูลจดแจ้ง และออกแบบฉลากให้ครบตามประกาศ
  7. จดแจ้งให้ได้ใบรับจดแจ้งก่อน แล้วจึงผลิตจริง

ระยะเวลาของแต่ละขั้นขึ้นกับความซับซ้อนของสูตร จำนวนรอบที่ปรับตัวอย่าง และความครบถ้วนของเอกสาร ทีมจะประเมินให้ในใบเสนอราคา

ฉลากเครื่องสำอางที่ต้องคิดตั้งแต่ตอนทำสูตร

มาตรา 22 ของพระราชบัญญัติเครื่องสำอางกำหนดให้ผู้ผลิตเพื่อขาย ผู้นำเข้าเพื่อขาย และผู้รับจ้างผลิตต้องจัดให้มีฉลาก ใช้ข้อความภาษาไทยที่อ่านได้ชัดเจน และใช้ข้อความที่ตรงต่อความจริง รายละเอียดอยู่ในประกาศคณะกรรมการเครื่องสำอาง เรื่อง ฉลากของเครื่องสำอาง พ.ศ. 2562 ซึ่งกำหนดให้ฉลากต้องมีข้อความดังนี้ (คณะกรรมการเครื่องสำอาง, 2562)

  1. ชื่อเครื่องสำอางและชื่อทางการค้า ซึ่งต้องใหญ่กว่าข้อความอื่น
  2. ประเภทหรือชนิดของเครื่องสำอาง
  3. ชื่อสารทุกชนิดที่ใช้เป็นส่วนผสม เรียงจากมากไปน้อย
  4. วิธีใช้
  5. ชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิต หรือของผู้นำเข้าพร้อมชื่อผู้ผลิตและประเทศที่ผลิต
  6. ปริมาณสุทธิ
  7. เลขที่หรืออักษรแสดงครั้งที่ผลิต
  8. เดือนและปีที่ผลิต
  9. เดือนและปีที่หมดอายุ สำหรับเครื่องสำอางที่มีอายุการใช้น้อยกว่า 30 เดือน หรือที่อยู่ในบัญชีแนบท้ายประกาศ
  10. คำเตือนตามประกาศว่าด้วยคำเตือน (ถ้ามี)
  11. เลขที่ใบรับจดแจ้ง

รายละเอียดที่เกี่ยวกับสูตรโดยตรง ได้แก่ สารที่มีความเข้มข้นน้อยกว่าร้อยละ 1 และสีไม่ต้องเรียงลำดับ แต่ต้องอยู่ถัดจากสารที่เข้มข้นมากกว่าร้อยละ 1 ถ้าใช้วัตถุดิบอนุภาคนาโน ต้องเขียน “(nano)” ต่อท้ายชื่อสาร และถ้าภาชนะเล็กจนพื้นที่ฉลากน้อยกว่า 20 ตารางเซนติเมตร ต้องแสดงอย่างน้อยชื่อ ครั้งที่ผลิต เดือนปีที่ผลิต วันหมดอายุ (กรณีที่ต้องแสดง) และเลขที่ใบรับจดแจ้ง ส่วนที่เหลือให้อยู่ในใบแทรก

ถ้าเปลี่ยนสูตรหลังพิมพ์ฉลากแล้ว รายชื่อสารบนฉลากอาจไม่ตรงกับสูตรจริง ควรล็อกสูตรให้นิ่งก่อนสั่งพิมพ์บรรจุภัณฑ์

รับสร้างแบรนด์เครื่องสำอาง: ชื่อสินค้าและคำกล่าวอ้างต้องผ่านด้วย

งานรับสร้างแบรนด์เครื่องสำอางไม่ได้จบที่สูตรและแพ็กเกจ ชื่อสินค้าและข้อความบนฉลากก็อยู่ใต้กฎหมายเช่นกัน ประกาศเรื่องฉลากของเครื่องสำอางกำหนดว่าข้อความ รูป และเครื่องหมายบนฉลากต้องไม่เป็นเท็จ ไม่ทำให้เข้าใจผิดในสาระสำคัญ และต้องไม่ทำให้เข้าใจว่ามีสารที่ไม่ได้ใส่ หรือใส่น้อยจนไม่อาจให้ผลตามที่อ้าง

ในทางปฏิบัติ มักพบปัญหาเหล่านี้ตอนจดแจ้ง

  • ชื่อการค้ามีคำที่สื่อถึงยาหรือการรักษา เช่น คำว่า STEROID ซึ่ง อย. จัดอยู่ในกลุ่มคำที่ห้ามใช้เป็นชื่อเครื่องสำอาง
  • ชื่อสินค้าเน้นสารสกัดตัวหนึ่ง แต่ในสูตรใส่ในปริมาณน้อยมาก
  • คำบรรยายสรรพคุณเกินขอบเขตของเครื่องสำอาง เช่น อ้างว่ารักษาสิวหรือรักษาฝ้า
  • ใช้คำว่าแพทย์ ดร. หรือ CLINICAL ในชื่อ โดยไม่มีเอกสารประกอบตามที่ อย. กำหนด

ก่อนตั้งชื่อ ลองทดสอบความรู้เรื่องคำต้องห้ามด้วยเกมคำต้องห้ามบนเว็บนี้ หรือถาม RA Advisor ผู้ช่วย AI ด้านงานขึ้นทะเบียนและกำกับดูแลผลิตภัณฑ์ (Regulatory Affairs, RA) ที่ให้แนวทางเบื้องต้นและอ้างประกาศที่ใช้ตอบ แล้วให้ทีมช่วยตรวจอีกรอบก่อนยื่นจริง

พัฒนาสูตรอาหาร ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และสกัดสารออกฤทธิ์

สำหรับอาหารและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร บริษัท ทีไอบีดี จำกัด ดูแลงานพัฒนาสูตร รวมถึงงานสกัดและพัฒนาสารออกฤทธิ์จากพืช หลักคิดเหมือนเครื่องสำอาง คือตรวจวัตถุดิบกับกฎหมายก่อนลงทุน แต่ใช้กฎหมายคนละชุด คือกฎหมายว่าด้วยอาหารและประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่ออกตามกฎหมายนั้น

เรื่องที่ควรตรวจตั้งแต่ต้น ได้แก่

  • พืชหรือส่วนของพืชอยู่ในบัญชีอาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่ายหรือไม่ ตัวอย่างเช่น เมล็ดและสารสกัดจากเมล็ดมะกล่ำตาหนู (Abrus precatorius L.) อยู่ในบัญชีท้ายประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 424) พ.ศ. 2564
  • ถ้าเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ต้องดูประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและฉบับแก้ไข รวมถึงบัญชีส่วนประกอบและปริมาณสูงสุดที่เกี่ยวข้อง
  • ถ้าจะสกัดสารเอง ต้องเลือกตัวทำละลายให้เป็นไปตามที่ประกาศกำหนดสำหรับการสกัดเพื่อใช้ผลิตอาหาร
  • วัตถุดิบหรือส่วนประกอบใหม่ที่ไม่มีประวัติการบริโภค อาจต้องประเมินความปลอดภัยก่อน

ข้อกำหนดตามกฎหมายของสถานที่ผลิตอาหารก็ต้องคิดไว้ด้วย เช่น ข้อกำหนดเรื่องวิธีการผลิตอาหารให้มีบันทึกการผลิต ข้อมูลตามสอบย้อนกลับ และวิธีเรียกคืนสินค้า โดยระบุว่าโดยเฉพาะผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

การขึ้นสูตรไม่ได้รับประกันว่า อย. จะอนุญาต อย. เป็นผู้พิจารณาคำขอทุกครั้ง ทีมช่วยให้สูตรและเอกสารสอดคล้องกับประกาศมากที่สุดเท่าที่ตรวจได้

ปรึกษาทีมเรื่องพัฒนาสูตรและผลิต OEM

ถ้าคุณกำลังมองหาบริษัทรับผลิตเครื่องสำอาง หรือมีไอเดียอาหารและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่อยากพัฒนาเป็นสินค้า ส่งรายละเอียดให้ทีมได้ทางฟอร์มในหน้าปรึกษาทีม LINE @tibdglobal หรืออีเมล info@tibdglobal.com

ข้อมูลที่ช่วยให้ทีมเข้าใจงานได้เร็ว ได้แก่

  • ประเภทสินค้าและรูปแบบ เช่น เซรั่ม ครีม ผง หรือแคปซูล
  • ส่วนผสมที่อยากใช้หรือจุดขายที่อยากสื่อ
  • ตลาดที่จะขาย ในประเทศหรือส่งออก
  • ตัวอย่างสินค้าหรือฉลากอ้างอิง ถ้ามี

ทีมจะติดต่อกลับเพื่อทำความเข้าใจงาน แล้วเสนอขอบเขตงานและใบเสนอราคา งานเริ่มเมื่อคุณตกลง ระหว่างนี้ลองใช้เครื่องมือค้นสาร อย. เพื่อเช็กส่วนผสมทีละตัวได้ฟรี

คำถามที่พบบ่อย

จ้างโรงงานผลิตเครื่องสำอางแบบ OEM แล้ว ใครเป็นผู้จดแจ้ง

ในการจ้างผู้รับจ้างผลิตภายใต้แบรนด์ของผู้ว่าจ้าง (Original Equipment Manufacturer, OEM) พระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 มาตรา 14 กำหนดให้ผู้ผลิตเพื่อขาย ผู้นำเข้าเพื่อขาย และผู้รับจ้างผลิตต้องจดแจ้งก่อนผลิตหรือนำเข้า แบบใบรับจดแจ้งมีช่องชื่อผู้รับจ้างผลิตและชื่อผู้ว่าจ้างผลิต ควรตกลงในสัญญาว่าใครเป็นผู้ยื่นและดูแลเอกสาร

ไฮโดรควิโนนใส่ในครีมทาผิวได้ไหม

ไม่ได้ ไฮโดรควิโนนอยู่ในบัญชีวัตถุที่ห้ามใช้ในเครื่องสำอาง ยกเว้นกรณีที่บัญชีวัตถุที่อาจใช้ระบุไว้ ซึ่งระบุเฉพาะผลิตภัณฑ์ชุดทำเล็บเทียม ความเข้มข้นไม่เกิน 0.02% หลังผสม และใช้โดยช่างทำเล็บอาชีพ

ต้องเก็บข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องสำอางไว้นานแค่ไหน

ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องการจัดเก็บข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องสำอาง พ.ศ. 2560 เมื่อเลิกวางจำหน่ายแล้ว ต้องเก็บข้อมูลไว้อย่างน้อย 3 ปี และถ้าเจ้าหน้าที่ขอเอกสารเพิ่มเติม ต้องส่งภายใน 30 วัน หรือภายใน 48 ชั่วโมงในกรณีเร่งด่วน

เช็กส่วนผสมเองก่อนคุยกับโรงงานได้ไหม

ได้ ใช้เครื่องมือค้นสาร อย. บนเว็บนี้ พิมพ์ชื่อสารเพื่อดูว่าอยู่ในบัญชีห้ามใช้ มีเพดานความเข้มข้น หรือต้องมีคำเตือนหรือไม่ พร้อมลิงก์ประกาศต้นฉบับ ผลที่ได้เป็นแนวทางเบื้องต้น ก่อนยื่นจริงควรให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจอีกครั้ง

บริษัทไหนรับงานส่วนไหน

งานพัฒนาสูตรและผลิตเครื่องสำอางแบบผู้รับจ้างผลิตภายใต้แบรนด์ของผู้ว่าจ้าง (Original Equipment Manufacturer, OEM) ดูแลโดยบริษัท ทรัพย์ ไบโอเทค จำกัด ส่วนงานพัฒนาสูตรอาหาร ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และงานสกัดสารออกฤทธิ์ ดูแลโดยบริษัท ทีไอบีดี จำกัด

แหล่งอ้างอิง

  1. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา. (2558). พระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2558. เปิดเอกสาร ↗
  2. กระทรวงสาธารณสุข. (2561). ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การจดแจ้ง การออกใบรับจดแจ้ง การต่ออายุใบรับจดแจ้ง การแก้ไขรายการใบรับจดแจ้ง และการออกใบแทนใบรับจดแจ้งเครื่องสำอาง ลงวันที่ 22 สิงหาคม 2561. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา. เปิดเอกสาร ↗
  3. กระทรวงสาธารณสุข. (2560). ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขให้ผู้ผลิตเพื่อขาย ผู้นำเข้าเพื่อขาย หรือผู้รับจ้างผลิต จัดเก็บข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องสำอางไว้เพื่อการตรวจสอบ พ.ศ. 2560. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา. เปิดเอกสาร ↗
  4. กระทรวงสาธารณสุข. (2566). ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ชื่อวัตถุที่ห้ามใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอาง พ.ศ. 2566. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา. เปิดเอกสาร ↗
  5. กระทรวงสาธารณสุข. (2561). ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดชื่อ ปริมาณ และเงื่อนไขของวัตถุที่อาจใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอาง พ.ศ. 2561. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา. เปิดเอกสาร ↗
  6. กระทรวงสาธารณสุข. (2561). ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดวัตถุกันเสียที่อาจใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอาง พ.ศ. 2561. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา. เปิดเอกสาร ↗
  7. คณะกรรมการเครื่องสำอาง. (2562). ประกาศคณะกรรมการเครื่องสำอาง เรื่อง ฉลากของเครื่องสำอาง พ.ศ. 2562. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา. เปิดเอกสาร ↗
  8. กระทรวงสาธารณสุข. (2564). ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 424) พ.ศ. 2564 เรื่อง กำหนดอาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา. เปิดเอกสาร ↗

ลองเครื่องมือฟรีก่อน

ปรึกษาทีม

เล่าให้เราฟังว่าคุณกำลังทำอะไร

ทีมที่ปรึกษาจะช่วยดูว่าผลิตภัณฑ์ของคุณอยู่ใต้กฎหมายฉบับไหน ต้องเตรียมอะไร และควรเริ่มจากตรงไหน

  • ประเภทผลิตภัณฑ์และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
  • รายการเอกสารที่ต้องเตรียม
  • ขั้นตอนถัดไป และทีมที่ดูแลงานนั้น
ส่งรายละเอียดให้ทีม ทัก LINE @tibdglobal ข้อมูลที่คุณส่งใช้เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น · นโยบายความเป็นส่วนตัว