เว็บไซต์อิสระ ไม่ใช่เว็บไซต์ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา · ช่วงทดลองใช้: พบข้อผิดพลาดหรืออยากให้เพิ่มอะไร บอกเราได้
FDA Thailand Guideทดลองใช้
ไทย
เข้าสู่ระบบ ปรึกษาทีม
ประกาศใหม่

สรุปประกาศสารห้ามใช้ในเครื่องสำอาง ฉบับที่ 5–6 (2568–2569): เพิ่มสารอะไร มีผลเมื่อไร

อ่าน 10 นาที · อัปเดต 26 ต.ค. 2569

สารต้องห้ามในเครื่องสำอาง: บัญชีหลักและฉบับแก้ไข

สารต้องห้ามในเครื่องสำอางของไทยกำหนดไว้ในประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ชื่อวัตถุที่ห้ามใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอาง พ.ศ. 2566 ซึ่งออกตามมาตรา 6 (2) แห่งพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 ประกาศนี้ลงนามวันที่ 24 พฤษภาคม 2566 ลงราชกิจจานุเบกษาวันที่ 22 มิถุนายน 2566 และยกเลิกประกาศสารห้ามใช้ฉบับเดิมทั้ง 7 ฉบับ แล้วรวมเป็นบัญชีเดียว มีลำดับที่ 1 ถึง 1610 ระบุชื่อสารพร้อมเลข CAS

บัญชีนี้ไม่ได้หยุดอยู่ที่ปี 2566 กระทรวงสาธารณสุขออกฉบับแก้ไขตามมาเป็นระยะ เพื่อเพิ่มสารใหม่และแก้ถ้อยคำของลำดับเดิม บทความนี้สรุป 2 ฉบับล่าสุดในคลังกฎหมายของเว็บนี้ คือ ฉบับที่ 5 พ.ศ. 2568 และฉบับที่ 6 พ.ศ. 2569 ว่าเปลี่ยนอะไร มีผลเมื่อไร และใครต้องทำอะไร

หลักสำคัญของบัญชีคือ วัตถุตามบัญชีเป็นวัตถุห้ามใช้ ยกเว้นวัตถุที่ระบุไว้ในประกาศวัตถุที่อาจใช้ได้ตามมาตรา 6 (3) บางรายการยอมให้มีได้ในฐานะสิ่งปนเปื้อนตามปริมาณที่กำหนด เช่น บัญชีปี 2566 ยอมให้สารหนูปนเปื้อนไม่เกิน 5 ppm และตะกั่วไม่เกิน 20 ppm ในผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป การอ่านบัญชีจึงต้องดูทั้งชื่อสาร เลข CAS และเงื่อนไขท้ายรายการ

ฉบับที่ 5 พ.ศ. 2568: เพิ่ม 17 ลำดับ และแก้ลำดับ 46

ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ชื่อวัตถุที่ห้ามใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอาง (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2568 ลงนามวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 ลงราชกิจจานุเบกษาวันที่ 24 ธันวาคม 2568 ใช้กับผู้ผลิต ผู้นำเข้า และผู้ขายเครื่องสำอาง สาระสำคัญมี 3 ส่วน

ส่วนสาระมีผลเมื่อไร
แก้ลำดับ 46เป็น Barium salts และ Barium peroxide เพิ่มเลข CAS 1304-29-6 ยกเว้น Barium sulfate และวัตถุที่ระบุในประกาศวัตถุที่อาจใช้ตามมาตรา 6 (3)ตามประกาศ
เพิ่มลำดับ 1669–1675สารประกอบนิกเกิลหลายกลุ่ม (ลำดับ 1669–1673) Quinoline (1674) และ Imidazole (1675)วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
เพิ่มลำดับ 1676–16852-Chloracetamide · Acetaldehyde · N-Methyl-2-pyrrolidone · 2-Ethylhexyl-2-ethylhexanoate · ผลิตภัณฑ์จากปิโตรเลียม ถ่านหิน น้ำมันดิน และก๊าซธรรมชาติที่มีเบนซีนตั้งแต่ร้อยละ 0.1 โดยน้ำหนัก · N-Ethyl-2-pyrrolidone · Vinyl acetate · Styrene · Tetrahydrofurfuryl alcohol · Clorofeneเมื่อพ้น 180 วันนับแต่วันประกาศ

กลุ่มลำดับ 1676–1685 ได้ระยะปรับตัว 180 วัน ซึ่งนับจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเดือนธันวาคม 2568 จึงครบในช่วงกลางปี 2569 ณ เวลาที่เขียนบทความนี้ (ตุลาคม 2569) ทั้งสองกลุ่มจึงมีผลบังคับแล้ว

ลำดับ 1680 ควรอ่านให้ละเอียด เพราะไม่ได้ห้ามผลิตภัณฑ์จากปิโตรเลียมทุกชนิด แต่ห้ามเฉพาะเมื่อมีเบนซีนตั้งแต่ร้อยละ 0.1 โดยน้ำหนักขึ้นไป บัญชีระบุเลข CAS ของวัตถุในกลุ่มนี้ไว้ 177 รายการ ผู้ผลิตที่ใช้วัตถุดิบกลุ่มนี้ควรขอข้อมูลปริมาณเบนซีนจากผู้ขายวัตถุดิบ

ฉบับที่ 6 พ.ศ. 2569: แก้ 3 ลำดับ และเพิ่ม 24 ลำดับ

ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ชื่อวัตถุที่ห้ามใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอาง (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2569 ลงนามวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 ลงราชกิจจานุเบกษาวันที่ 12 มิถุนายน 2569 ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา และไม่ได้ระบุระยะผ่อนผัน

ส่วนสาระ
แก้ลำดับ 10132-ethylhexanoic acid and its salts (CAS 149-57-5)
แก้ลำดับ 1230Theophylline (CAS 58-55-9)
แก้ลำดับ 1613Octamethylcyclotetrasiloxane (D4) ห้ามใช้ ยกเว้นเป็นสิ่งปนเปื้อนในวัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปได้ไม่เกินร้อยละ 0.1 (CAS 556-67-2)
เพิ่มลำดับ 1686–170924 รายการ เช่น Ammonium bromide (1686) · สารประกอบ Dibutyltin (1687–1688) · Tellurium dioxide (1689) · Bisphenol S (1693) · Perfluoroheptanoic acid (1695) · Melamine (1700) · Cumene (1705) · Acetamiprid (1707) · Pendimethalin (1708) · Bentazone (1709)

สารที่เพิ่มในฉบับนี้หลายตัวเป็นสารเคมีอุตสาหกรรมหรือสารกำจัดศัตรูพืช ซึ่งไม่ได้ใส่ในสูตรโดยตั้งใจ แต่อาจติดมากับวัตถุดิบ เช่น สารสกัดจากพืช ผู้ผลิตจึงควรตรวจทั้งสูตรและเอกสารรับรองคุณภาพของวัตถุดิบ ไม่ใช่ดูแค่รายชื่อสารในสูตร

กรณี D4 ประกาศเปิดช่องให้มีได้ในฐานะสิ่งปนเปื้อนไม่เกินร้อยละ 0.1 หมายความว่าห้ามใส่ D4 เป็นส่วนผสม แต่ถ้าวัตถุดิบอื่นมี D4 ติดมาเล็กน้อยไม่เกินเกณฑ์ยังยอมรับได้ ควรขอข้อมูลปริมาณ D4 คงค้างจากผู้ขายวัตถุดิบซิลิโคน

ใครต้องทำอะไรหลังมีประกาศ

  • ผู้ผลิตและผู้รับจ้างผลิต ตรวจสูตรแม่บทของทุกผลิตภัณฑ์ที่จดแจ้งไว้กับสารลำดับใหม่ ปรับสูตรถ้าพบ และขอข้อมูลสิ่งปนเปื้อนจากผู้ขายวัตถุดิบ
  • ผู้นำเข้า ขอสูตรเต็มจากผู้ผลิตต่างประเทศมาตรวจซ้ำ เพราะสูตรที่ใช้ได้ในประเทศต้นทางอาจมีสารที่ไทยเพิ่งห้าม
  • ผู้ขาย ประกาศระบุว่าใช้กับผู้ขายเครื่องสำอางด้วย ร้านค้าและแพลตฟอร์มออนไลน์จึงควรตรวจว่าสินค้าที่วางขายไม่มีสารต้องห้าม
  • ผู้ที่กำลังจะยื่นจดแจ้ง ระบบจดแจ้งของ อย. ใช้โปรแกรมตรวจสูตรตามเงื่อนไขกฎหมาย เช่น สารห้ามใช้ วัตถุกันเสีย สี และสารป้องกันแสงแดด ถ้าไม่ผ่าน ระบบจะคืนคำขอพร้อมเหตุผลอัตโนมัติ

ประกาศฉบับที่ 6 ไม่ได้ระบุระยะผ่อนผันสำหรับสินค้าที่ผลิตหรือนำเข้าไว้ก่อน ผู้ประกอบการที่มีสินค้าค้างสต็อกซึ่งมีสารลำดับใหม่ ควรปรึกษาเจ้าหน้าที่หรือที่ปรึกษาก่อนตัดสินใจจำหน่ายต่อ

สารห้ามใช้ในเครื่องสำอาง: อ่านบัญชีให้ถูก

การตรวจสารห้ามใช้ในเครื่องสำอางพลาดบ่อยเพราะชื่อสารมีหลายแบบ ข้อควรระวังมีดังนี้

  • ชื่อในบัญชีเป็นชื่อเคมี ไม่ใช่ชื่อ INCI เสมอไป เช่น ลำดับ 1677 เขียนว่า Acetaldehyde; ethanal และลำดับ 1684 เขียนว่า Tetrahydro-2-furylmethanol; tetrahydrofurfuryl alcohol ควรค้นด้วยเลข CAS ประกอบทุกครั้ง
  • บางลำดับเป็นกลุ่มสาร เช่น สารประกอบนิกเกิลในลำดับ 1670 มีย่อยถึง 31 ชื่อ การค้นด้วยชื่อเดียวอาจไม่เจอ
  • บางลำดับมีเงื่อนไข เช่น ลำดับ 1680 ห้ามเฉพาะเมื่อมีเบนซีนตั้งแต่ร้อยละ 0.1 และลำดับ 1613 ยอมให้ D4 ปนเปื้อนไม่เกินร้อยละ 0.1
  • วัตถุที่ระบุในประกาศวัตถุที่อาจใช้ตามมาตรา 6 (3) ได้รับยกเว้นจากบัญชีห้ามใช้ จึงต้องตรวจทั้งสองบัญชีคู่กัน

สารที่ห้ามใช้ในเครื่องสำอาง: วิธีตรวจสูตรของคุณ

  1. รวบรวมสูตรเต็มร้อยละ 100 พร้อมชื่อ INCI และเลข CAS ของวัตถุดิบทุกตัว
  2. ค้นแต่ละสารในเครื่องมือ ค้นสาร อย. ซึ่งแสดงสถานะห้ามใช้หรือควบคุมพร้อมฉบับประกาศที่มา
  3. วางทั้งสูตรในเครื่องมือ เช็กสูตร เพื่อตรวจพร้อมกันทุกตัว รวมถึงเพดานความเข้มข้นของสารควบคุม
  4. ขอเอกสารจากผู้ขายวัตถุดิบเรื่องสิ่งปนเปื้อนที่เกี่ยวข้อง เช่น เบนซีนในวัตถุดิบปิโตรเลียม และ D4 ในวัตถุดิบซิลิโคน
  5. บันทึกผลการตรวจไว้ในแฟ้มข้อมูลผลิตภัณฑ์ เพื่อใช้ตอบเจ้าหน้าที่หรือลูกค้า

ถ้าต้องการให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสูตรและออกรายงานเป็นลายลักษณ์อักษร ดูที่หน้า ตรวจประเภท สูตร และฉลาก

ตัวอย่างการไล่ตรวจสูตรหนึ่งชุด

สมมติเป็นเซรั่มบำรุงผิวที่มีน้ำ กลีเซอรีน สารสกัดจากพืช 2 ชนิด ซิลิโคน วัตถุกันเสีย และน้ำหอม ขั้นตอนตรวจหลังมีฉบับที่ 5 และ 6 เป็นแบบนี้

  1. ไล่ชื่อและเลข CAS ของทุกวัตถุดิบในสูตรกับลำดับ 1669–1709 ที่เพิ่มใหม่ ถ้าไม่มีตัวใดตรง ขั้นแรกผ่าน
  2. ตรวจวัตถุดิบซิลิโคนว่ามี D4 คงค้างเท่าไร ถ้าผู้ขายยืนยันได้ว่าไม่เกินร้อยละ 0.1 ก็อยู่ในเงื่อนไขของลำดับ 1613
  3. ตรวจสารสกัดจากพืชว่ามีผลตรวจสารกำจัดศัตรูพืชไหม เพราะฉบับที่ 6 เพิ่มสารกลุ่มนี้หลายตัว เช่น Acetamiprid Pendimethalin และ Bentazone
  4. ตรวจว่าตัวทำละลายที่ใช้สกัดหรือใช้ในวัตถุดิบไม่ใช่สารที่เพิ่งห้าม เช่น N-Methyl-2-pyrrolidone
  5. บันทึกเอกสารที่ได้จากผู้ขายวัตถุดิบไว้ในแฟ้มข้อมูลผลิตภัณฑ์ พร้อมวันที่ตรวจ

ตัวอย่างนี้แสดงให้เห็นว่าการตรวจรอบใหม่ไม่ได้จบที่รายชื่อในสูตร แต่ต้องย้อนไปดูเอกสารของวัตถุดิบด้วย ซึ่งเป็นงานที่ใช้เวลามากที่สุด ถ้าเตรียมเอกสารวัตถุดิบไว้ครบตั้งแต่แรก การตรวจเมื่อมีประกาศใหม่จะเร็วขึ้นมาก

ทำไมบัญชีสารห้ามใช้เปลี่ยนบ่อย

บัญชีสารห้ามใช้ของไทยปรับตามข้อมูลความปลอดภัยใหม่และแนวทางสากล ฉบับปี 2566 ออกตามคำแนะนำของคณะกรรมการเครื่องสำอาง และฉบับแก้ไขที่ตามมาเพิ่มสารเป็นกลุ่ม ๆ ในช่วงเวลาไม่กี่ปี ผู้ประกอบการที่ตรวจสูตรครั้งเดียวตอนจดแจ้งแล้วไม่ตรวจอีก มีโอกาสพลาดสารที่เพิ่มภายหลัง

แนวทางที่ใช้ได้จริงคือกำหนดรอบทบทวนสูตรทุกครั้งที่มีประกาศใหม่ หรืออย่างน้อยทุกครั้งที่ต่ออายุใบรับจดแจ้ง ซึ่งมีอายุ 3 ปี เว็บนี้เฝ้าประกาศ อย. ทุกสัปดาห์และสรุปฉบับใหม่ไว้ในหมวด ประกาศใหม่ ค้นตัวบทฉบับเต็มได้ที่ คลังประกาศ

คำถามที่พบบ่อย

ฉบับที่ 5 เพิ่มสารห้ามใช้กี่ลำดับ

เพิ่ม 17 ลำดับ คือ 1669–1685 และแก้ลำดับ 46 เรื่องเกลือแบเรียม โดยกลุ่ม 1669–1675 มีผลวันถัดจากวันประกาศ กลุ่ม 1676–1685 มีผลเมื่อพ้น 180 วัน

ฉบับที่ 6 มีผลเมื่อไร

ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งลงประกาศวันที่ 12 มิถุนายน 2569 และไม่ได้ระบุระยะผ่อนผัน

ยังใช้ D4 ได้ไหม

ห้ามใช้ D4 เป็นส่วนผสม แต่ยอมให้มีเป็นสิ่งปนเปื้อนในวัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปได้ไม่เกินร้อยละ 0.1

วัตถุดิบจากปิโตรเลียมถูกห้ามทั้งหมดไหม

ไม่ ลำดับ 1680 ห้ามเฉพาะผลิตภัณฑ์จากปิโตรเลียม ถ่านหิน น้ำมันดิน และก๊าซธรรมชาติที่มีเบนซีนตั้งแต่ร้อยละ 0.1 โดยน้ำหนัก

ผู้ขายเครื่องสำอางต้องสนใจประกาศนี้ไหม

ต้อง ประกาศระบุว่าใช้กับผู้ผลิต ผู้นำเข้า และผู้ขายเครื่องสำอาง

แหล่งอ้างอิง

  1. ประกาศ สธ. เรื่อง ชื่อวัตถุที่ห้ามใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอาง พ.ศ. 2566 · เปิดต้นฉบับ · ค้นในคลังประกาศ
  2. ประกาศ สธ. เรื่อง ชื่อวัตถุที่ห้ามใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอาง (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2568 · เปิดต้นฉบับ · ค้นในคลังประกาศ
  3. ประกาศ สธ. เรื่อง ชื่อวัตถุที่ห้ามใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอาง (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2569 · เปิดต้นฉบับ · ค้นในคลังประกาศ
  4. คำชี้แจง การรับจดแจ้งเครื่องสำอางและการตรวจสูตรอัตโนมัติในระบบ · เปิดต้นฉบับ · ค้นในคลังประกาศ
  5. พระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 · เปิดต้นฉบับ · ค้นในคลังประกาศ

ข้อมูลในบทความนี้เพื่อความรู้ ไม่ใช่คำวินิจฉัยของ อย. และไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย กฎหมายอาจเปลี่ยนได้ — ตรวจประกาศฉบับล่าสุดหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนยื่นหรือผลิตจริง

บทความที่เกี่ยวข้อง

ผู้บริโภคเช็คเลขจดแจ้งครีมและเครื่องสำอาง: ดูตรงไหน รูปแบบเลขเป็นอย่างไร และต้องตรงกับอะไรบ้างเช็คเลขจดแจ้ง อย. ของครีมและเครื่องสำอางให้ถูกวิธี เลข 10 กับ 13 หลักต่างกันอย่างไร ทำไมไม่มีกรอบ อย. ค้นที่ไหน และฉลากต้องตรงกับข้อมูลจดแจ้งตรงไหนบ้างอ่าน 9 นาที · อัปเดต 26 ต.ค. 2569เจ้าของแบรนด์จดแจ้งเครื่องสำอาง ทำอย่างไร: ขั้นตอนครบตั้งแต่เตรียมสูตรจนได้เลขจดแจ้งจดแจ้งเครื่องสำอางทีละขั้น ตรวจว่าเป็นเครื่องสำอางจริง ตรวจสูตร คุณสมบัติผู้ยื่น สถานที่ เอกสาร ยื่น จ.ค.1 ทำฉลาก จนถึงการต่ออายุอ่าน 11 นาที · อัปเดต 26 ต.ค. 2569ประกาศใหม่ฉลากโภชนาการ ฉบับที่ 2 (ประกาศ สธ. ฉบับที่ 467 พ.ศ. 2568) เปลี่ยนอะไร ต้องแก้ฉลากอย่างไรสรุปประกาศ สธ. ฉบับที่ 467 พ.ศ. 2568 แก้ฉลากโภชนาการ อย. เรื่องพื้นกรอบสีขาวและขนาดตัวอักษรขั้นต่ำ พร้อมประกาศจีดีเอฉบับที่ 466 ที่มีผลวันเดียวกันอ่าน 9 นาที · อัปเดต 26 ต.ค. 2569