เว็บไซต์อิสระ ไม่ใช่เว็บไซต์ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา · ช่วงทดลองใช้: พบข้อผิดพลาดหรืออยากให้เพิ่มอะไร บอกเราได้
FDA Thailand Guideทดลองใช้
ไทย
เข้าสู่ระบบ ปรึกษาทีม
เจ้าของแบรนด์

ฉลากโภชนาการแบบเต็ม กับแบบย่อ ต่างกันอย่างไร และตามประกาศฉบับที่ 445 สินค้าไหนต้องใช้แบบไหน

อ่าน 10 นาที · อัปเดต 26 ต.ค. 2569

ฉลากโภชนาการแบบเต็ม กับแบบย่อ ต่างกันอย่างไร

ฉลากโภชนาการ คือกรอบข้อมูลที่บอกพลังงานและปริมาณสารอาหารต่อหนึ่งหน่วยบริโภคของอาหาร คำว่า "แบบเต็ม" และ "แบบย่อ" เป็นรูปแบบตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 182) พ.ศ. 2541 ซึ่งใช้มากว่า 25 ปี แบบเต็มแสดงสารอาหารครบตามที่ประกาศกำหนด ส่วนแบบย่อแสดงเฉพาะรายการหลัก ได้แก่ พลังงานทั้งหมด ไขมันทั้งหมด โปรตีน คาร์โบไฮเดรตทั้งหมด น้ำตาล และโซเดียม และแสดงคอเลสเตอรอลเมื่อมีตั้งแต่ 2 มิลลิกรัมต่อหนึ่งหน่วยบริโภค

ปัจจุบันกติกาเปลี่ยนแล้ว ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 445) พ.ศ. 2566 เรื่อง ฉลากโภชนาการ มีผลตั้งแต่วันที่ 2 กรกฎาคม 2567 และใช้รูปแบบกรอบข้อมูลโภชนาการชุดใหม่ตามบัญชีหมายเลข 1 แทนการแบ่งเต็ม/ย่อแบบเดิม ประกาศเรื่องจีดีเอ (ฉบับที่ 446) ก็แก้ให้ฉลากโภชนาการของอาหารที่ต้องแสดงจีดีเอใช้รูปแบบตามประกาศ 445 แทนแบบเต็ม/แบบย่อเดิม

บทความนี้อธิบายทั้งสองระบบ เพราะในตลาดยังมีสินค้าที่ใช้ฉลากรูปแบบเดิมอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน และเจ้าของแบรนด์ที่กำลังทำสินค้าใหม่ต้องรู้ว่าต้องทำตามแบบไหน

อาหารที่ต้องแสดงฉลากโภชนาการ

ไม่ใช่อาหารทุกชนิดที่ต้องแสดงฉลากโภชนาการ ประกาศฉบับที่ 445 ข้อ 3 กำหนดอาหารที่ต้องแสดงไว้ 4 กลุ่ม

  • อาหารที่มีการกล่าวอ้างทางโภชนาการ เช่น โปรตีนสูง น้ำตาลต่ำ ไม่เติมน้ำตาล
  • อาหารที่มีการกล่าวอ้างทางสุขภาพ
  • อาหารที่ใช้คุณค่าทางโภชนาการในการส่งเสริมการขาย
  • อาหารอื่นที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด เช่น อาหาร 13 กลุ่มที่ต้องแสดงจีดีเอตามประกาศฉบับที่ 394

จุดที่ผู้ประกอบการมักพลาดคือ ชื่ออาหารที่บอกชนิดหรือปริมาณสารอาหาร เอกสารถาม-ตอบของกองอาหารเกี่ยวกับประกาศ 445 ระบุว่าอาหารที่แสดงชนิดหรือปริมาณสารอาหาร แม้อยู่ในชื่ออาหาร ถือว่ามีการกล่าวอ้างทางโภชนาการ และต้องแสดงฉลากโภชนาการ เช่น ชื่อสินค้าที่มีคำว่า "แคลเซียม" หรือ "ไฟเบอร์"

อาหารที่ไม่อยู่ในขอบข่าย

ประกาศ 445 ข้อ 7 ยกเว้นอาหารบางกลุ่ม ได้แก่ อาหารสูตรสำหรับทารกและเด็กเล็ก อาหารทางการแพทย์ อาหารที่มีวัตถุประสงค์พิเศษที่มีประกาศเรื่องฉลากเฉพาะ อาหารที่ไม่ได้ขายตรงถึงผู้บริโภค หรือผู้ปรุงขายเองโดยตรง และห่อย่อยที่ขายรวมอยู่ในห่อใหญ่ ทั้งนี้อาหารที่อยู่นอกขอบข่ายแต่ต้องการแสดงข้อมูลโภชนาการ ก็ต้องแสดงตามรูปแบบในประกาศ

ฉลากโภชนาการแบบเต็มและฉลากโภชนาการแบบย่อ ตามกติกาเดิม

ภายใต้ประกาศฉบับที่ 182 การเลือกแบบเต็มหรือแบบย่อขึ้นกับว่าสินค้ามีการกล่าวอ้างหรือไม่ ประกาศฉบับที่ 394 เรื่องจีดีเอสรุปหลักนี้ไว้ชัดว่า ถ้ามีการกล่าวอ้างทางโภชนาการ ใช้คุณค่าทางโภชนาการส่งเสริมการขาย หรือระบุกลุ่มผู้บริโภค ต้องใช้ ฉลากโภชนาการแบบเต็ม

หัวข้อแบบเต็ม (ฉบับที่ 182)แบบย่อ (ฉบับที่ 182)
รายการสารอาหารครบตามประกาศ รวมวิตามินและแร่ธาตุพลังงาน ไขมัน โปรตีน คาร์โบไฮเดรต น้ำตาล โซเดียม (และคอเลสเตอรอลถ้ามีตั้งแต่ 2 มก. ต่อหน่วยบริโภค)
ใช้เมื่อมีการกล่าวอ้าง ใช้คุณค่าส่งเสริมการขาย หรือระบุกลุ่มผู้บริโภคไม่มีการกล่าวอ้างและไม่ได้ระบุกลุ่มผู้บริโภค

ประกาศฉบับที่ 392 พ.ศ. 2561 แก้ค่า Thai RDI ของโซเดียมเป็น 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน และให้กรอบแบบเต็มแสดงปริมาณโซเดียมที่ควรได้รับเป็น "น้อยกว่า 2,000 มก." ค่าตัวเลขนี้ยังใช้ต่อในระบบใหม่

รูปแบบใหม่ตามประกาศฉบับที่ 445: ตัวอย่างฉลากโภชนาการแต่ละแบบ

กองอาหาร อย. จัดทำเอกสารตัวอย่างรูปแบบกรอบข้อมูลโภชนาการตามประกาศฉบับที่ 445 ไว้ 12 แบบ เพื่อให้ผู้ผลิตเลือกตามลักษณะสินค้าและพื้นที่ฉลาก ตัวอย่างฉลากโภชนาการที่ใช้บ่อยมีดังนี้

  • แบบมาตรฐาน ใช้กับสินค้าทั่วไป
  • แบบขวาง สำหรับฉลากที่พื้นที่แนวตั้งจำกัด
  • แบบข้อความต่อเนื่อง สำหรับฉลากที่มีพื้นที่น้อยกว่า 80 ตารางเซนติเมตร
  • แบบแสดงวิตามินและแร่ธาตุ
  • แบบควบคู่ เช่น ธัญพืชที่กินคู่กับนม
  • แบบต่อ 100 กรัม สำหรับอาหารที่ไม่มีหน่วยบริโภคอ้างอิง หรือวัตถุดิบ
  • แบบอาหารที่กินหมดใน 1 ครั้ง ซึ่งไม่ต้องแสดงจำนวนครั้งต่อภาชนะ

ร้อยละของค่าอ้างอิงคิดจากความต้องการพลังงานวันละ 2,000 กิโลแคลอรี ถ้าแสดงค่าความต้องการต่อวัน ใช้ค่า ไขมันทั้งหมดน้อยกว่า 65 กรัม ไขมันอิ่มตัวน้อยกว่า 20 กรัม คอเลสเตอรอลน้อยกว่า 300 มิลลิกรัม คาร์โบไฮเดรตทั้งหมด 300 กรัม และโซเดียมน้อยกว่า 2,000 มิลลิกรัม ส่วนค่าพลังงานต่อกรัมใช้ไขมัน 9 โปรตีน 4 และคาร์โบไฮเดรต 4 กิโลแคลอรี

ภาษาอังกฤษแสดงร่วมได้ 3 แบบ คือ ไทยและอังกฤษในกรอบเดียวกัน แยกกรอบ หรือกำกับภาษาอังกฤษใต้ภาษาไทย แต่ต้องมีภาษาไทยเสมอ เอกสารถาม-ตอบของกองอาหารระบุว่าฉลากที่ทำตามรูปแบบมาตรฐานจัดทำเองได้โดยไม่ต้องขออนุมัติ ส่วนรูปแบบอื่นนอกเหนือจากที่กำหนดต้องขอความเห็นชอบจาก อย. ก่อน

การทำฉลากโภชนาการ: ตัวเลขต้องมาจากไหน

ส่วนที่ใช้เวลาและงบประมาณมากที่สุดในการทำฉลากโภชนาการคือที่มาของตัวเลข เอกสารถาม-ตอบของกองอาหารเกี่ยวกับประกาศ 445 กำหนดหลักไว้ดังนี้

  • ค่าพลังงานและสารอาหารต้องมาจาก ผลวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์สุดท้าย โดยห้องปฏิบัติการของรัฐ หรือห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรอง ISO/IEC 17025 ใช้การคำนวณจากสูตรแทนไม่ได้
  • อาหารนำเข้าใช้ข้อมูลบนฉลากต่างประเทศแทนไม่ได้ แต่ใช้รายงานผลวิเคราะห์ได้
  • ไม่ได้กำหนดอายุของรายงานผลวิเคราะห์ ผลิตภัณฑ์ที่ต่างกันเฉพาะกลิ่นอาจใช้ผลร่วมกันได้ แต่ถ้าสูตรต่างกันต้องวิเคราะห์ใหม่
  • ห้ามแสดงโพแทสเซียมเป็นศูนย์โดยไม่ได้วิเคราะห์
  • วิตามินและแร่ธาตุ (ยกเว้นโซเดียมและโพแทสเซียม) ที่มีน้อยกว่าร้อยละ 5 ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน แสดงในกรอบไม่ได้

การกล่าวอ้างทางโภชนาการ

ถ้าจะกล่าวอ้าง เช่น "ลดลง" หรือ "เสริม" เอกสารเดียวกันระบุว่าต้องผ่านเกณฑ์ทั้ง 2 หน่วย คือ ต่อปริมาณที่กินต่อครั้งบนฉลาก และต่อหน่วยบริโภคอ้างอิง คำว่า "ลดลง" ต้องลดตั้งแต่ร้อยละ 25 ขึ้นไป คำว่า "เพิ่ม" หรือ "เสริม" ต้องสูงกว่าไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ของ Thai RDIs และห้ามกล่าวอ้างเฉพาะภาษาอังกฤษ

ถ้าต้องการแล็บวิเคราะห์โภชนาการ ดูรายละเอียดได้ที่ บริการทดสอบและวิเคราะห์

ฉบับที่ 467: สีพื้นกรอบและขนาดตัวอักษรที่ต้องทำตาม

ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 467) พ.ศ. 2568 เรื่อง ฉลากโภชนาการ (ฉบับที่ 2) ใช้บังคับวันที่ 12 ธันวาคม 2568 และแก้รายละเอียดเชิงรูปแบบที่ผู้ออกแบบฉลากต้องรู้

  • พื้นกรอบข้อมูลโภชนาการต้องเป็น สีขาวเท่านั้น ยกเว้นภาชนะห่อใหญ่ที่รวมหลายหน่วยและทำพื้นขาวไม่ได้ เช่น กล่องกระดาษลูกฟูก ใช้สีเดียวได้
  • ตัวอักษรต้องเป็นสีเดียวกับเส้นกรอบ และอ่านได้ชัดเจน
  • หัวข้อ "ข้อมูลโภชนาการ" และค่าพลังงาน ใช้ตัวหนาสูงไม่น้อยกว่า 1.5 มิลลิเมตร
  • ไขมันทั้งหมด คอเลสเตอรอล โปรตีน คาร์โบไฮเดรต โซเดียม และโพแทสเซียม ใช้ตัวหนาไม่น้อยกว่า 1 มิลลิเมตร

ข้อกำหนดเรื่องสีพื้นขาวกระทบงานออกแบบโดยตรง ฉลากที่วางกรอบโภชนาการบนพื้นสีของบรรจุภัณฑ์ต้องปรับให้มีพื้นขาวในกรอบ

ช่วงเปลี่ยนผ่าน: ฉลากเดิมใช้ได้ถึงเมื่อไร

เอกสารถาม-ตอบของกองอาหารเกี่ยวกับประกาศ 445 อธิบายช่วงเปลี่ยนผ่านไว้ดังนี้

กรณีใช้ฉลากแบบไหน
อาหารที่ได้เลขสารบบก่อนวันที่ 2 กรกฎาคม 2567ใช้ฉลากตามฉบับที่ 182 ต่อได้ ไม่เกินวันที่ 1 กรกฎาคม 2570
อาหารที่ได้เลขสารบบตั้งแต่วันที่ 2 กรกฎาคม 2567ต้องใช้รูปแบบตามฉบับที่ 445

ในทางปฏิบัติ เจ้าของแบรนด์ที่มีสินค้าเดิมควรวางแผนพิมพ์ฉลากรอบใหม่ก่อนกลางปี 2570 และรวมข้อกำหนดของฉบับที่ 467 เข้าไปในรอบเดียวกัน จะได้ไม่ต้องแก้ฉลากสองครั้ง

เช็กลิสต์ก่อนพิมพ์ฉลากโภชนาการ

  • สินค้าเข้าข่ายต้องแสดงฉลากโภชนาการหรือไม่ รวมถึงชื่อสินค้าที่บอกชนิดสารอาหาร
  • สินค้าต้องแสดงจีดีเอด้วยหรือไม่ (อาหาร 13 กลุ่มตามประกาศ 394) อ่านต่อที่ ฉลาก GDA คืออะไร
  • เลือกรูปแบบกรอบที่ตรงกับพื้นที่ฉลาก ถ้าน้อยกว่า 80 ตารางเซนติเมตร ใช้แบบข้อความต่อเนื่องได้
  • ตัวเลขมาจากผลวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์สุดท้ายของแล็บที่ได้รับการรับรอง ไม่ใช่การคำนวณ
  • พื้นกรอบขาว ตัวอักษรสีเดียวกับเส้นกรอบ ขนาดตัวอักษรตามฉบับที่ 467
  • คำกล่าวอ้างผ่านเกณฑ์ทั้ง 2 หน่วย และมีภาษาไทยกำกับ

ตรวจข้อความบนฉลากทั้งชิ้นได้ด้วย เครื่องมือตรวจฉลาก และถ้าต้องการให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจประเภท สูตร และฉลากก่อนพิมพ์ ส่งงานได้ที่ บริการตรวจประเภท สูตร และฉลาก

คำถามที่พบบ่อย

ตอนนี้ยังใช้ฉลากโภชนาการแบบย่อได้ไหม

ได้เฉพาะอาหารที่ได้เลขสารบบก่อนวันที่ 2 กรกฎาคม 2567 และใช้ได้ไม่เกินวันที่ 1 กรกฎาคม 2570 อาหารที่ได้เลขตั้งแต่ 2 กรกฎาคม 2567 ต้องใช้รูปแบบตามประกาศฉบับที่ 445

คำนวณค่าโภชนาการจากสูตรแทนการส่งแล็บได้ไหม

ไม่ได้ เอกสารถาม-ตอบของกองอาหารระบุว่าค่าต้องมาจากผลวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์สุดท้ายโดยห้องปฏิบัติการของรัฐหรือที่ได้รับการรับรอง ISO/IEC 17025

สินค้านำเข้าใช้ตัวเลขจากฉลากต่างประเทศได้ไหม

ใช้ข้อมูลบนฉลากต่างประเทศแทนไม่ได้ แต่ใช้รายงานผลวิเคราะห์ของผลิตภัณฑ์นั้นได้

กรอบข้อมูลโภชนาการใช้พื้นสีได้ไหม

ตั้งแต่ประกาศฉบับที่ 467 ใช้บังคับ 12 ธันวาคม 2568 พื้นกรอบต้องเป็นสีขาวเท่านั้น ยกเว้นภาชนะห่อใหญ่ที่ทำพื้นขาวไม่ได้ เช่น กล่องกระดาษลูกฟูก

ทำฉลากโภชนาการเองต้องขออนุมัติจาก อย. ไหม

ถ้าทำตามรูปแบบมาตรฐานในบัญชีหมายเลข 1 จัดทำเองได้โดยไม่ต้องขออนุมัติ แต่ถ้าใช้รูปแบบอื่นนอกเหนือจากที่กำหนด ต้องขอความเห็นชอบจาก อย. ก่อน

แหล่งอ้างอิง

  1. ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 445) พ.ศ. 2566 เรื่อง ฉลากโภชนาการ · เปิดต้นฉบับ · ค้นในคลังประกาศ
  2. ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 467) พ.ศ. 2568 เรื่อง ฉลากโภชนาการ (ฉบับที่ 2) · เปิดต้นฉบับ · ค้นในคลังประกาศ
  3. ตัวอย่างรูปแบบกรอบข้อมูลโภชนาการตามประกาศ (ฉบับที่ 445) — กองอาหาร · เปิดต้นฉบับ · ค้นในคลังประกาศ
  4. ประเด็นถาม-ตอบ ประกาศ (ฉบับที่ 445) เรื่อง ฉลากโภชนาการ — กองอาหาร · เปิดต้นฉบับ · ค้นในคลังประกาศ
  5. ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 446) พ.ศ. 2566 (แก้ประกาศจีดีเอ) · เปิดต้นฉบับ · ค้นในคลังประกาศ
  6. ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 394 (พ.ศ. 2561) เรื่อง อาหารที่ต้องแสดงฉลากโภชนาการและจีดีเอ · เปิดต้นฉบับ · ค้นในคลังประกาศ
  7. คำชี้แจงประกาศ ฉบับที่ 392 (พ.ศ. 2561) เรื่อง ฉลากโภชนาการ (ฉบับที่ 3) · เปิดต้นฉบับ · ค้นในคลังประกาศ

ข้อมูลในบทความนี้เพื่อความรู้ ไม่ใช่คำวินิจฉัยของ อย. และไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย กฎหมายอาจเปลี่ยนได้ — ตรวจประกาศฉบับล่าสุดหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนยื่นหรือผลิตจริง

บทความที่เกี่ยวข้อง

เจ้าของแบรนด์ฉลาก GDA คืออะไร อาหารประเภทไหนต้องแสดง และทำอย่างไรให้ถูกตามประกาศฉลาก GDA คืออะไร อาหาร 13 กลุ่มไหนต้องแสดง รูปแบบ 4 แท่งตามประกาศ 394 และ 466 ค่าที่ใช้คำนวณ ตำแหน่งบนฉลาก และกรณีขายออนไลน์หรือส่งออกอ่าน 9 นาที · อัปเดต 26 ต.ค. 2569เจ้าของแบรนด์จดแจ้งเครื่องสำอาง ทำอย่างไร: ขั้นตอนครบตั้งแต่เตรียมสูตรจนได้เลขจดแจ้งจดแจ้งเครื่องสำอางทีละขั้น ตรวจว่าเป็นเครื่องสำอางจริง ตรวจสูตร คุณสมบัติผู้ยื่น สถานที่ เอกสาร ยื่น จ.ค.1 ทำฉลาก จนถึงการต่ออายุอ่าน 11 นาที · อัปเดต 26 ต.ค. 2569เจ้าของแบรนด์ฉลากเครื่องสำอางต้องมีอะไรบ้าง พร้อมตัวอย่างฉลากที่ถูกต้องตามประกาศ พ.ศ. 2562ฉลากเครื่องสำอางต้องมีอะไรบ้างตามประกาศ พ.ศ. 2562 พร้อมตัวอย่าง การเรียงชื่อสาร วันหมดอายุ ภาชนะเล็ก ฉลากสินค้านำเข้า คำเตือนเฉพาะ และข้อความที่ห้ามใช้อ่าน 10 นาที · อัปเดต 26 ต.ค. 2569